Dark Light
รีวิว Black Panther: Wakanda Forever เมื่อความเจ็บปวดหล่อหลอมหัวใจผู้ยิ่งใหญ่ (มีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญ)

เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่ผู้เขียนนับคืนนับตะวันรอให้ได้รับชม สำหรับ Black Panther: Wakanda Forever หรือที่เรียกสั้นๆ กันว่า Black Panther 2 เพราะด้วยความยิ่งใหญ่ของจักรวาลภาพยนตร์ชุดนี้ที่สามารถเปิดตัวตัวละคร ‘กษัตริย์ทีชัลล่า’ ได้อย่างสง่างาม ดังนั้น เมื่อมีข่าวที่น่าเสียใจสำหรับการจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับของ แชดวิค โบสแมน นอกจากการไว้อาลัยอย่างสุดหัวใจแล้ว Marvel ก็คงหนีไม่พ้นการตั้งคำถามจากแฟน ๆ ว่า ‘เส้นเรื่องจะไปทิศทางใดต่อไปเมื่อไม่มีแชดวิค?’

โดยรวม ถึงแม้จะไม่ผิดหวัง ถึงแม้จะลุ้นจนแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้ แต่ก็ปฏิเสธอีกหนึ่งความจริงไม่ได้ว่า Black Panther 2 นั้นดูมีความแกว่งของเส้นเรื่องอยู่เหมือนกัน เนื่องจากในช่วงแรกนั้นเป็นการปูเรื่องเหมือนจะวาคานด้าจะงัดกับสหประชาชาติ แต่สุดท้ายกลับเป็นศึกระหว่างวาคานด้ากับทาโลคานซะอย่างนั้น ตรงนี้เข้าใจเอาเองว่าอาจเป็นการนำไปสู่การร่วมกันสู้เพื่อปกป้องบ้านเมืองและไวเบรเนียมระหว่างสองชนเผ่าใน Black Panther 3 ก็เป็นได้

และถ้าจะให้คิดตามหลักความเป็นจริงที่กองถ่ายต้องเจอ ด้วยข้อจำกัดทั้งเรื่อง Covid-19 งบประมาณ ปัญหาการถูกทีมเอฟเฟกต์ออกมาให้ข่าวว่าไม่อยากร่วมงานด้วยเนื่องจากแก้งานบ่อย และแก้ในเวลากระชั้นชิด บวกกับการสูญเสียนักแสดงหลักอันเป็นที่รัก ก็ขอชื่นชมในจุดนี้ว่า Marvel สามารถทำออกมาได้ดีแล้ว แต่ถามว่าดีที่สุดตามมาตรฐาน Marvel ไหม ส่วนตัวว่ายังไม่ถึงขนาดนั้น เนื่องจากมีความรู้สึกว่า Marvel เคยขยี้ความรู้สึกและจุดพีคของอารมณ์ในแต่ละฉากขึ้นได้มากกว่านี้ ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองไหมว่าตั้งแต่จบ Avengers Endgame ไป จุดพีคในแต่ละช่วงของภาพยนตร์ Marvel รวมถึงซีรีส์ในอีกต่อ ๆ มา กราฟก็ขึ้นไม่สุดเท่าเดิมอีกแล้ว

รีวิว Black Panther: Wakanda Forever เมื่อความเจ็บปวดหล่อหลอมหัวใจผู้ยิ่งใหญ่ (มีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญ)
Wakanda Forever. Photo courtesy of Marvel Studios. © 2022 MARVEL.

ในภาคนี้ นอกจากทั้งหมดที่กล่าวมา ยังมีเนื้อเรื่องในส่วนของการเปลี่ยนผ่านราชบัลลังก์ และการสานต่อความเป็น Black Panther ที่ทุกอย่างถูกนำมาใส่รวมกันไว้ใน 2 ชั่วโมง 41 นาที เป็นเวลาที่ยาวกว่าภาพยนตร์มาร์เวลด้วยกันหลาย ๆ เรื่อง แต่ก็ดูเหมือนจะยังมีเวลาให้เล่าไม่มากพอ

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของฉากต่อสู้ ก็สามารถสร้างออกมาได้มันส์เต็มคาราเบล เสื้อผ้า หน้า ผม เพลงประกอบ ส่วนตัวไม่มีข้อติใด ๆ โดยเฉพาะเสื้อผ้า มีความรู้สึกว่าถูกออกแบบมาให้เรียบง่ายขึ้น แต่กลับดูหรู ดูแพงขึ้น โดยฉากที่ติดตาคือฉากที่ราชินีรามอนด้าและหน่วยโดรามิราเจยืนเรียงแถวหน้ากระดาน ประกาศศักดาในสหประชาชาติ ฝั่งหนึ่งใส่เครื่องประดับสีทอง อีกฝั่งหนึ่งใส่เครื่องประดับสีเงิน ทั้งหมดดูสวยมาก และส่วนที่ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้คือการได้ ริอ่านน่า กลับมาร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ ‘Lift Me Up‘ เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้แด่แชดวิค โบสแมน

ต่อจากนี้จะเป็นขั้นตอนการรีวิวและจะมีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของเรื่อง

การเปิดเรื่อง

รีวิว Black Panther: Wakanda Forever เมื่อความเจ็บปวดหล่อหลอมหัวใจผู้ยิ่งใหญ่ (มีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญ)
Wakanda Forever. Photo courtesy of Marvel Studios. © 2022 MARVEL.

เปิดเรื่องมาด้วยอาการป่วยขั้นวิกฤตของกษัตริย์ทีชัลล่า ที่แม้เทคโนโลยีที่สูงที่สุดของวาคานด้าบวกกับกับผู้ที่ปราดเปรื่องที่สุดในวาคานด้าอย่างเจ้าหญิงซูรีก็ไม่สามารถรักษาโรคร้ายนี้ให้หายได้ ตัวหนังบอกเล่าได้ดี กระชับ ไม่ต้องให้คนดูเดาให้เสียเวลาว่ากษัตริย์ทีชัลล่าอยู่แห่งใด หรือทำอะไรอยู่ในตอนนี้ และที่บีบคั้นยิ่งกว่าคือการสูญเสียพี่ชายได้หล่อหลอมให้เจ้าหญิงซูรีกลายเป็นคนที่ห่างไกลจากความเชื่อ ความศรัทธาในเทพเจ้าและบรรพชนไปเรื่อย ๆ เนื่องจากในตอนต้นเรื่อง เจ้าหญิงซูรีได้กล่าวก่อนทำการพยายามรักษาพี่ชายอีกครั้งไว้ว่า ‘หากเทพีบาสก์ทำให้พี่ชายของเธอหายจากโรคร้ายนี้ได้ เธอจะยอมเชื่อว่าท่านมีอยู่จริง’ แต่แน่นอนว่าไม่มีปาฏิหาริย์ใดเกิดกับเจ้าหญิงน้อยองค์นี้

และแน่นอนว่าสำหรับแฟน ๆ …ไม่มีปาฏิหาริย์ใดเกิดขึ้นกับพวกเขาอีกเช่นกัน…

รีวิว Black Panther: Wakanda Forever เมื่อความเจ็บปวดหล่อหลอมหัวใจผู้ยิ่งใหญ่ (มีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญ)
Letitia Wright as Shuri in Marvel Studios’ Black Panther: Wakanda Forever. Photo courtesy of Marvel Studios. © 2022 MARVEL.

ในจุดนี้ หนังได้เผยถึงประเพณีศพของชาววาคานด้า มีการใส่สีขาวเพื่อไว้ทุกข์ บรรเลงเพลงสนุกสนานและเต้นเฉลิมฉลองเพื่อเป็นการส่งพระศพ ราวกับจะเป็นการบอกให้รู้ว่า นี่เป็นเพียงการจากโลกนี้ไปสู่อีกโลกหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่การจากลาอย่างถาวร ไม่นานทุกคนจะได้พบกันใหม่อีกครั้ง

แม้จะไม่เห็นใบหน้าที่คิดถึงของแชดวิคโผล่มาในเส้นเรื่องเลยในช่วงแรก แต่ก็หนังก็สามารถดึงดูดให้เรารู้สึกร่วมไปด้วยได้ไม่ยาก อย่าง Intro เข้าภาพยนตร์ ก็เป็นการสร้างขึ้นใหม่เพื่ออุทิศแด่แชดวิค ไม่มีเพลงประกอบใดนอกจากเสียงลมหายใจของผู้คนรอบข้าง และเสียงหัวใจในร่างที่กำลังเต้น ราวกับกำลังจะบอกเราว่า ‘ไม่มีสิ่งใดสามารถบรรยายความรู้สึกสูญเสียทั้งหมดนี้ได้’

ในหนังไม่ได้กล่าวถึงว่ากษัตริย์ทีชัลล่าป่วยด้วยโรคใด แต่จากที่อ่านคอมเมนท์จากเหล่าแฟนบอย มีความเห็นไปในทิศทางว่าอาจป่วยด้วยโรคมะเร็ง โรคเดียวกับที่ตัวนักแสดงป่วย

เข้าสู่เส้นเรื่องหลัก

รีวิว Black Panther: Wakanda Forever เมื่อความเจ็บปวดหล่อหลอมหัวใจผู้ยิ่งใหญ่ (มีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญ)
Angela Bassett as Ramonda in Marvel Studios’ Black Panther: Wakanda Forever. Photo courtesy of Marvel Studios. © 2022 MARVEL.

เป็นการเล่าต่อจาก End Credit ในภาคแรก ซึ่งเป็นเหตุการณ์หลังจากที่กษัตริย์ทีชัลล่าเปิดเผยการมีตัวตนอยู่ของวาคานด้าและแร่ไวเบรเนียม เมื่อสิ้นสุดรัชสมัยของกษัตริย์ทีชัลล่า เมื่อไม่มี Black Panther ผู้พิทักษ์ วาคานด้าก็หนีไม่พ้นการถูกบุกรุกเพื่อชิงแร่ไวเบรเนียม แต่วาคานด้าก็ยังยืนหยัดต่อสู้ได้สบาย ๆ และสามารถรับมือได้อย่างสง่างาม ดั่งคำราชินีที่ประกาศให้ทั้งโลกรู้ว่า แม้จะสูญเสีย Black Panther ไป แต่สิ่งเหล่านี้จะไม่มีวันสะกิดผิวใด ๆ ต่อความแข็งแกร่ง มั่นคง สง่างามของวาคานด้า และเป็นการประกาศให้รู้ว่าโลกอย่าได้คิดจะมาลบหลู่วาคานด้าเช่นนี้อีก

ในส่วนนี้หนังสามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างตื่นเต้นและน่าสนใจมาก เพราะมันทำให้เราอยากรู้ต่อว่า หากสหประชาชาติเลือกที่จะทำเช่นนี้ต่อวาคานด้า จะทำให้เกิดสงครามโลก หรือเป็นชนวนก่อไปถึงสงครามอื่นหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นแล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป ?

รีวิว Black Panther: Wakanda Forever เมื่อความเจ็บปวดหล่อหลอมหัวใจผู้ยิ่งใหญ่ (มีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญ)
Tenoch Huerta as Namor in Marvel Studios’ Black Panther: Wakanda Forever. Photo courtesy of Marvel Studios. © 2022 MARVEL.

ความรู้สึกตื่นเต้นยังไม่ลดระดับ ตัวหนังรีบดึงชีพจรเราขึ้นอีกขึ้นด้วยการเปิดตัวชนเผ่าทาโลคาน (Talokan) ความโดดเด่นของชนเผ่านี้ให้ความรู้สึกเหมือนดู ‘อวตาร’ (Avatar) ในชั่วขณะหนึ่งอยู่เหมือนกัน ด้วยผิวสีฟ้าและการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ชนเผ่าทาโลคานจะมีลักษณะคล้ายมนุษย์มากกว่าชนเผ่านาวีจากเรื่องอวตาร เพราะว่าพวกเขาวิวัฒน์มาจากเผ่าพันธุ์มนุษย์โดยตรง

ทาโลคานเป็นชนเผ่าโบราณอันยิ่งใหญ่ที่อาศัยอยู่ในดินแดนลึกลับใต้มหานที เป็นอีกหนึ่งดินแดนที่มีแร่ไวเบรเนียม อันนี้เป็นอะไรที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์ และในทีแรกราชินีรามอนดานั้นไม่อยากจะเชื่อในความจริงข้อนี้ เพราะมันจะพลิกประวัติศาสตร์และความรู้โบราณที่ชาววาคานด้าเรียนรู้และส่งต่อกันมาทั้งหมด แต่เจ้าหญิงซูรีก็บอกว่ามันมีความเป็นไปได้ตามหลักความเป็นจริง เพราะในตอนที่อุกาบาตแร่ไวเบรเนียมตกลงมาบนโลกใบนี้ มันอาจไม่ได้มีแค่ที่วาคานด้าก้อนเดียว แต่มันอาจมีก้อนอื่นที่ไปตกอยู่ในมหาสมุทรด้วยก็ได้

ตามจริงแล้วชาวทาโลคานนั้น พวกเขาไม่เคยคิดจะให้โลกนี้รู้ถึงการมีตัวตนของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย ยิ่งสงบเงียบเท่าไหร่ก็ยิ่งดี แต่ในวันนี้ การที่กษัตริย์ทีชัลล่าได้ประกาศกับโลกข้างบนถึงการมีอยู่ของแร่ไวเบรเนียม สิ่งนั้นก่อให้เกิดผลที่ตามมาคือ ทางรัฐบาลสหรัฐพยายามส่งเครื่องสำรวจหาไวเบรเนียมลงสู่ท้องมหาสมุทร ส่งผลให้ที่อยู่ของเผ่าทาโลคานเริ่มได้รับการรุกรานจากมนุษย์ คำถามคือ นอกจากการที่ นามอร์ (Namore the Sub-Mariner) ผู้เปรียบดั่งพระเจ้าของชนเผ่าทาโลคานจะรู้สึกได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำของวาคานด้าแล้ว แต่คำถามที่เขาค้างคาใจมากยิ่งกว่านั้นคือใครเป็นผู้สร้างเครื่องสำรวจหาไวเบรเนียม ? เพราะเขาสามารถทำได้สำเร็จเสียด้วย และนั่นหมายถึงการเริ่มต้นถูกรุกรานของเผ่าทาโลคาน

ซูรีพยายามสังเคราะห์พืชรูปหัวใจที่ให้พลัง Black Panther จาก DNA ของต้นที่ถูกเผาทิ้งเป็นซาก รวมทั้งพัฒนาชุดออกศึกและพัฒนาอาวุธใหม่ๆ ตัวหนังใส่ความหัวโบราณของนายพลโอโคเยเข้าไป โดยนางไม่ยอมรับนักถึงวิทยาการใหม่ๆ ที่เจ้าหญิงซูรีนำมาใช้ เป็นการสื่อให้เห็นถึงปัญหาช่องว่างระหว่างวัยระหว่างเด็กยุคใหม่กับผู้ใหญ่ยุคเก่า เป็นปัญหาที่เจอกันทุกบ้าน และทำให้รู้สึกอินตามได้ไม่ยากสำหรับใครที่กำลังเจอปัญหานี้อยู่

รีวิว Black Panther: Wakanda Forever เมื่อความเจ็บปวดหล่อหลอมหัวใจผู้ยิ่งใหญ่ (มีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญ)
Angela Bassett as Ramonda in Marvel Studios’ Black Panther: Wakanda Forever. Photo courtesy of Marvel Studios. © 2022 MARVEL.

หนังยังคงไม่ทิ้งความไว้อาลัยที่มีต่อ Black Panther ผู้จากไป ความอาลัยที่แม่และน้องสาวมีต่อการจากไปของผู้เป็นลูกชายและพี่ชายนั้นมากเกินกว่าที่พวกเขาจะยอมรับได้ ทำให้ทั้งสองปลีกวิเวกจากความวุ่นวายมานั่งทำพิธีแบบส่วนตัวริมทะเลอย่างสงบเงียบ ฝั่งราชินีรามอนดายังคงไม่สิ้นศรัทธาในบรรพชนและโลกหลังความตาย เธอยังคงเชื่อว่าเธอสัมผัสได้ถึงทีชัลล่าอย่างอบอุ่นและแผ่วเบา ส่วนเจ้าหญิงซูรีนั้นเริ่มต่อต้านและปฏิเสธทุกอย่างที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถอธิบายได้ รวมถึงปฏิเสธประเพณีของบรรพชน เป็นการบอกคนดูว่าความเจ็บปวดจากการสูญเสียพี่ชาย ทำให้เจ้าหญิงซูรีเปลี่ยนไป เธอสูญสิ้นศรัทธาไปแล้วจนหมดสิ้น ณ จุดจุดนี้เข้าใจว่าความสิ้นศรัทธาเกิดขึ้นในตอนที่เธออ้อนวอนขอชีวิตให้พี่ชายเธอต่อเทพีบาสก์ในตอนต้นเรื่อง แต่ก็ไม่เกิดผลใด เพราะถึงแม้เจ้าหญิงซูรีจะเปรื่องเรื่องเทคโนโลยีขนาดไหน แต่ในภาคแรกเราก็ยังเห็นเธอแสดงความเคารพและเข้าร่วมประเพณีโบราณ แต่ในภาคนี้ การจากไปของพี่ชายอันเป็นที่รักยิ่งทำให้เธอหันหลังให้บรรพชนและประเพณีทุกอย่างจนหมดสิ้น ทำให้เห็นถึงการเติบโตของตัวละครเจ้าหญิงซูรีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมด้วยปมสำคัญที่ราชินีมอนด้าพยายามจะบอกแก่เจ้าหญิงซูรีถึง ‘ความจริงบางอย่าง’ ที่ทีชัลล่าปกปิดไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากจริง ๆ ซึ่งแน่นอนว่าในตอนนี้ทุกคนน่าจะรู้กันแล้วว่าคืออะไร

รีวิว Black Panther: Wakanda Forever เมื่อความเจ็บปวดหล่อหลอมหัวใจผู้ยิ่งใหญ่ (มีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญ)

ตามสไตล์ Marvel ที่ไม่ปล่อยให้อารมณ์ใดค้างอยู่นาน ตัวหนังกระชากอารมณ์ด้วยการเปิดหน้านามอร์อย่างแจ่มชัด เผยให้เห็นถึง ‘มนุษย์กลายพันธุ์’ คนแรกของโลก แม้จะไม่ได้มีผิวสีฟ้าอย่างประชาชนของเขา แต่เขามีปีกอันแข็งแกร่งที่ข้อเท้า และใบหูยาวแหลม เขามาเพื่อเจรจาหรือขู่ให้วาคานด้าร่วมมือเพื่อจับตัวนักวิทยาศาสตร์ผู้สร้างเครื่องสำรวจไวเบรเนียมมาให้เขาสังหาร เพราะปัญหานี้เริ่มต้นจากทีชัลล่าประกาศถึงการมีอยู่ของไวเบรเนียมก่อนจึงทำให้เกิดเรื่องราวในวันนี้ขึ้น หากมิเช่นนั้นเขาจะบุกวาคานด้า พร้อมทั้งห้ามปริปากบอกคนนอกอย่างเด็ดขาดถึงการมีอยู่ของเผ่าทาโลคาน ในองก์นี้กินเวลาค่อนข้างนานอยู่เหมือนกันในส่วนของการปูเรื่อง และการไว้อาลัย ต่างจากปกติที่ Marvel จะดำเนินเรื่องในส่วนของการเล่าได้ค่อนข้างกระชับ และเห็นได้อีกอย่างหนึ่งว่าสถานการณ์รอบตัวนั้นบีบให้วาคานด้าจำเป็นต้องมี Black Panther คนใหม่

รีวิว Black Panther: Wakanda Forever เมื่อความเจ็บปวดหล่อหลอมหัวใจผู้ยิ่งใหญ่ (มีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญ)

ไม่อารัมภบทยืดยาว เมื่อวาคานด้ารู้แล้วว่าผู้ที่สร้างเครื่องค้นหาไวเบรเนียมเป็นเพียงนักศึกษา เจ้าหญิงซูรีและนายพลโอโคเยออกเดินทางมาหาและเจรจาให้ไปลี้ภัยที่วาคานด้า หรือที่นามอร์เรียกว่า ‘นักวิทยาศาสตร์’ ในฉากนี้จะเป็นการเปิดตัว Iron Heart หรือ รีรี วิลเลี่ยมส์ นักศึกษาอัจริยะอายุ 19 ปี และฉากนี้ยังมีอีสเตอร์ (หรือโฆษณาแฝง?) สุดฮา อย่างการที่นายพลโอโคเยถามว่าซูรีจ้องหน้าเธอทำไม รองพื้นที่เธอทามาผิดสีหรือเปล่า ? แล้วเจ้าหญิงซูรีตอบว่ารองพื้น Fenty 470 ที่เธอใช้นั้นปกติดี เรียกเสียงฮาได้ทั้งโรง

อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่า Fenty Beauty เป็นแบรนด์เครื่องสำอางจากอดีตนักร้องชื่อดัง (หยอก ๆ นะคะ) คุณแม่คนสวย ริอานน่า (Rihanna) โดยริอ่านน่าก็ได้กลับมาร้องเพลง ‘Lift Me Up‘ ประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ เพื่อเป็นเกียรติแด่แชดวิคด้วยอีกเช่นกัน นับว่าเป็นบุญหูของแฟน ๆ เป็นอย่างยิ่งด้วยความคิดถึง (ขอเมาท์นิดนึง ช่วงที่มีข่าวออกมาแรก ๆ ว่าริริจะมาร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ แฟน ๆ แห่แซวว่าเป็นเพลงเปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องสำอาง Fenty x Wakanda เฉย ๆ หรือเปล่า ตลกมาก)

แอบออกทะเลไปไกล มาต่อกันดีกว่าค่ะ เจ้าหญิงซูรีได้พบกับรีรีเป็นครั้งแรก ซึ่งรีรีนั้นรู้จักเธออยู่แล้วด้วยเพราะเป็นเจ้าหญิง ซูรีถามถึงเครื่องตรวจหาไวเบรเนียม ว่าเธอสร้างแล้วขายให้ CIA ทำไม แต่รีรีตอบว่านี่เป็นเพียงโครงงานที่เธอทำส่งครูเท่านั้น และผู้ใหญ่ก็บอกว่ามันใช้ไม่ได้ด้วยซ้ำ ซูรีจึงพูดออกมาด้วยความเข้าใจว่ามันมักจะเป็นปัญหา เมื่อเราเป็นเด็กที่เก่งเกินวัย เพราะพวกผู้ใหญ่มักจะไม่ยอมรับ ประโยคนี้ผู้เขียนฟังแล้วนึกถึงเด็กรุ่นเดียวกันและน้อง ๆ Gen Z ขึ้นมาทันที หลายครั้งที่เห็นคนเก่ง ๆ ถูกสกัดดาวรุ่งแค่เพียงเพราะเรื่องของอายุ ฉะนั้นจงอย่ายอมแพ้นะ เพชรแท้ยังไงก็คือเพชรแท้ จงเปล่งประกายในตัวเองออกมา !!!!!! (รีบเปล่งเถอะ เพราะสักวันเราทุกคนล้วนต้องแก่ การที่คุณเป็นเด็กเก่ง ทั้งเก่ง ทั้งเด็ก ดีกว่าเป็นไหน ๆ ทั้งการต่อยอดในสายงาน อาชีพ และสุขภาพ)

หลังจากนั้นจึงเป็นการที่ทั้งหมดพากันหลบหนีเจ้าหน้าที่ FBI ที่มาล้อมโกดังที่รีรีเก็บผลงานการประดิษฐ์, เทคโนโลยี และพวกสมการการคำนวนสูตรสำคัญต่าง ๆ ที่จะสามารถพลิกโลกได้เอาไว้ พวกเขาหมายจะกลับไปตั้งหลักที่วาคานด้า ฉากนี้จึงเป็นการเปิดตัว Iron Heart ได้อย่างมีชั้นเชิง มีการนำไปเชื่อมโยงกับ Iron Man 1 หลายฉากหลายประโยคเป็นการ ‘แหย่’ ให้คิดถึงโทนี่ สตาร์ค ขึ้นมาเป็นระยะ และถึงแม้หนังจะพยายามทำให้ Iron Heart ดูรีเลทโดยตรงกับ Iron Man จากประโยคที่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งพูดว่า ‘เธอมีชุดไอรอนแมน’ แต่ส่วนตัวรู้สึกว่าจุดนี้หนังยังขยี้ได้ไม่โดนเท่าไหร่ Marvel เพราะเคยขยี้อะไรได้สุดกว่านี้ แต่ก็ทำให้หายคิดถึงโทนี่ได้บ้าง หรือทำให้คิดถึงมากกว่าเดิมก็ไม่รู้ เพราะตั้งแต่ Avengers Endgame จบ หลังจากวันนั้นผู้เขียนก็ไม่เคยกลับไปวนดู Iron Man อีกเลย จากที่เคยดูได้เดือนละหลาย ๆ รอบ ด้วยเพราะยังทำใจไม่ได้จริง ๆ แม้จะผ่านไปนาน…กี่ปีละเนี่ย (อินเวอร์ พูดเลย)

รีวิว Black Panther: Wakanda Forever เมื่อความเจ็บปวดหล่อหลอมหัวใจผู้ยิ่งใหญ่ (มีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญ)
(L-R): Dorothy Steel as Merchant Tribe Elder, Florence Kasumba as Ayo, Angela Bassett as Ramonda, Danai Gurira as Okoye in Marvel Studios’ Black Panther: Wakanda Forever. Photo courtesy of Marvel Studios. © 2022 MARVEL.

ในที่สุดการหลบหนีของพวกเขาก็โดนเล่นงานด้วยนามอร์และกองกำลัง เจ้าหญิงซูรีเต็มใจจะเดินทางไปมหานครใต้บาดาลกับนามอร์เพื่อเป็นตัวประกัน โดยเดินทางไปพร้อมกับรีรี หรือ Iron Heart นักวิทยาศาสตร์ที่ทาโลคานหมายหัว แม้จะถูกคุมขังแต่ก็ได้รับการดูแลดีพอสมควร ซูรีได้ไปเห็นเมืองทาโลคาน และได้รับรู้ว่าทำไมนามอร์จึงต้องการสังหารรีรี แต่เจ้าหญิงซูรีก็ยังยืนยันคำเดิมว่าเธอไม่เห็นด้วยกับวิธีการของนามอร์ และควรที่จะหาทางออกโดยสันติวิธี ในฉากนี้เผยให้เห็นถึงความเป็นมาในอดีตของชนเผ่าทาโลคาน และความแค้นที่ถูกคนผิวขาวล่าอาณานิคม นั่นคือเหตุผลที่นามอร์จะให้พวกคนขาวรู้ถึงการมีอยู่ของชนเผ่าทาโลคานไม่ได้ เพราะนั่นหมายถึงการรุกราน สงคราม และการล่าอาณานิคมพวกเขาอีกครั้ง นามอร์ได้ให้สร้อยข้อมือของแม่ไว้กับเจ้าหญิงซูรี เป็นอัญมณีโบราณดีไซน์สวยงามมาก …ด้วยจิตใจที่สกปรก ดิฉันแอบจิ้นนามอร์กับเจ้าหญิงซูรีไปชั่วขณะหนึ่ง!!!!!

ทั้งหมดเหมือนจะไปได้สวย แต่แน่นอนว่านี่คือ Marvel เขาจะไม่ให้เราได้หายใจได้ทั่วท้อง เขาส่งความวิบัติต่อเนื่องด้วยการที่นาเคีย (Nakia) บุกเข้ามาชิงตัวเจ้าหญิงซูรีในขณะที่นามอร์ยอมไปเจรจาดี ๆ กับราชินีรามอนด้า และมีการสังหารสตรีรับใช้คนหนึ่งไปด้วย (ตรงนี้แอบคิดว่าสตรีรับใช้ผู้นี้อาจกิ๊ก ๆ อยู่กับนามอร์ด้วย เพราะการกระทำต่าง ๆ มันเหมือนคู่รักที่ห่วงใยกันมากกว่าเจ้านายกับลูกน้อง และพอไปอ่านประวัตินามอร์ แฟนบอยก็พร้อมใจกันเรียกว่า ‘หน้าหม้อ’ เหมือนกัน วะซ่าน… แปลว่าไม่ธรรมดา ได้ข่าวว่าพี่ท่านทั้งกิ๊กทั้งคู่ขาอีกเพียบ)

รีวิว Black Panther: Wakanda Forever เมื่อความเจ็บปวดหล่อหลอมหัวใจผู้ยิ่งใหญ่ (มีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญ)
Danai Gurira as Okoye in Marvel Studios’ Black Panther: Wakanda Forever. Photo courtesy of Marvel Studios. © 2022 MARVEL.

ส่วนนายพลโอโคเยตอนนี้โดนราชินีรามอนด้าสั่งปลดต่อหน้าทุกคนที่ราชบัลลังก์ ด้วยเหตุผลอันแสนเจ็บปวดว่าราชินีนั้นเชื่อใจนายพลโอโคเยมามากจนต้องสูญเสียทั้งสามี และลูกชาย จนตอนนี้ก็ยังมาเป็นลูกสาวที่เธอไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ หรือแม้ตอนที่ราชินีบอกว่า ‘แม้ตอนที่คิลมังเกอร์ขึ้นครองราชย์ เจ้าก็ไม่เลือกอยู่ข้างเราด้วยซ้ำ’ ฉากนี้ทำให้รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวด ที่ไม่ใช่ในฐานะของราชินี หากแต่เป็นในฐานะของ ‘แม่’ และ ‘ภรรยา’

เมื่อมีการบุกมาสังหารคนของอีกฝ่าย นั่นหมายถึงสงครามบังเกิด ฉากนี้เป็นต้นไปจะเป็นการเริ่มเปิดฉากต่อสู้กันจริง ๆ จัง ๆ หลังจากที่หนังปูเรื่องมาสักพักใหญ่มาก ๆ เราจะได้เห็นถึงการร่วมมือกันระหว่างเจ้าหญิงซูรีและ Iron Heart

ชุมชนในวาคานด้าโดนเล่นงานทันทีจากชนเผ่าทาโลคาน นำทัพโดยนามอร์ ด้วยความที่วาคานด้าประเมินศัตรูไว้ไม่ดีมากพอ จึงทำให้วาคานด้าแพ้ยับ ขนาดเอ็มบาคูยังถูกนามอร์ซัดจนลอยกระเด็นไปไกล เกราะแตกละเอียด ตอนนั้นคิดในใจขอให้ท่านมหากอริลล่าเอ็มบาคูไปสู่สุขติ แต่เขาไม่ตาย และยังสบายดี แค่จุก ๆ โอ้โห เหลือจะเชื่อ!!!!

สำหรับส่วนสำคัญที่สุดในฉากนี้คือการที่ราชินีรามอนด้ายอมพลีพระชนม์เพื่อปกป้องชีวิตรีรี วิลเลียมส์ ฉากนี้ต้องขอชื่นชม แองเจลา บาสเซตต์ ผู้แสดงเป็นราชินีรามอนดาเลยว่าสามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างเข้มแข็ง สง่า กล้าหาญ และสมศักดิ์ศรีมาก แววตาสุดยอดมากจริง ๆ เป็นการถูกศัตรูสังหารที่ไม่เหมือนผู้แพ้เลยแม้แต่สักนิด แต่เป็นดั่งผู้กล้าและวีรสตรี โดยครั้งนี้เป็นเพียงแค่คำขู่ นามอร์บอกว่าเมื่อสิ้นพิธีศพของราชินีรามอนด้า อีก 1 สัปดาห์จะมาใหม่ โดยนามอร์ได้ประโยคเด็ดแก่ซูรีว่า ‘เจ้า เป็นราชินีแล้ว’…

ในฉากพิธีศพเราจึงได้เห็นมุมน่ารัก ๆ ของเอ็มบาคู และได้รู้ว่ากษัตริย์ทีชัลล่านั้นฝากฝังซูรีไว้กับเขา ส่วนเจ้าหญิงซูรีที่ตอนนี้กลายเป็นราชินีซูรี แววตาของเธอเปลี่ยนไปเป็นอีกคนอย่างเห็นได้ชัด ดูปวดร้าว เข้มแข็ง และเต็มไปด้วยความแค้น แต่เป็นความแค้นที่แสนเจ็บปวด

ราชินีซูรีพัฒนาชุดและอาวุธไปขึ้นไปอีกระดับ สามารถสังเคราะห์สมุนไพรรูปหัวใจได้สำเร็จ และมีการสั่ง AI ให้วิเคราห์ DNA ของกษัตริย์ทีชัลล่า และวิเคราะห์ DNA ของอัญญมณีเผ่าทาโลคาน ราชินีซูรีเตรียมทำพิธีดื่มน้ำสมุนไพรรูปหัวใจเพื่อรับพลังแห่ง Black Panther และได้นาเคียเป็นผู้ทำพิธีและเป็นผู้ช่วยป้อนสมุนไพรรูปหัวใจบนเตียงพยาบาล โดยซูรีได้บอกว่าหากเธอหัวใจวายก็แค่ปั๊มขึ้นมา ไม่ต้องฝังกลบหน้าเธอแบบที่บรรพชนทำ ฉากนี้ทำให้เห็นว่าซูรีเสื่อมศรัทธาในขนบจารีตประเพณีไปหมดสิ้นแล้วจริงๆ และทำให้เห็นชัดมากขึ้นไปอีกว่าทีชัลล่านั้นสำคัญต่อซูรีมากแค่ไหน เพราะสำหรับคนอื่น นี่คือการสูญเสียกษัตริย์ แต่สำหรับซูรี นี่คือการสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง

ยิ่งประโยคที่บอกว่า ‘เขาป่วยหนัก แต่ก็ไม่ปริปากบอกใคร จนสุดท้าย เขาจึงมาขอให้ฉันช่วย…’ เป็นการเติมเชื้อไฟแห่งความอาลัยให้แก่แฟน ๆ มากขึ้นไปอีก

ฉากต่อมา เป็นการที่ราชินีซูรีได้เข้าไปในภพของบรรพชน ฉากนี้แอบหวังว่า ‘เขามาแน่’ แต่คนที่เจอกลับพีคกว่านั้น ซูรีไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองไม่ได้ไปเจอบรรพชน คิลมังเกอร์จึงได้พูดแทงใจซูรีว่าตอนที่ดื่มน้ำสมุนไพรรูปหัวใจเขารู้ว่าซูรีคิดอะไรอยู่ สิ่งที่ทำให้เธอมาเจอเขาได้คือความแค้น และความกระหายอยากแก้แค้น และยังช็อตฟีลอีกด้วยว่าราชินีมอนด้าโง่ที่ปกป้องรีรี วิลเลี่ยมส์จนต้องสละชีวิตตนเอง ส่วนซูรีเมื่อตื่นขึ้นมาก็คิดว่าบรรพชนทอดทิ้งเธอ จึงทำให้เธอต้องไปเจอกับคิลมังเกอร์ เธอจึงระบายความโกรธเกรี้ยวด้วยการชกไปที่หุ่นลองชุด ฉากนี้จึงเผยให้เห็นถึงพลังแห่ง Black Panther …จริง ๆ แอบเสียดายฉากนี้ มันควรจะเป็นฉากเปิดตัวพลังที่อลังการกว่านี้ แต่ด้วยอารมณ์ และบท ก็ถือว่าเข้าใจได้

ราชินีซูรี หรือ Black Panther ได้เปิดตัวต่อหน้าบัลลังก์ของเอ็มบาคู เธอถูกต้อนรับด้วยความหวังอันท่วมท้นของทุกคนที่นั่น ในฉากนี้ทำให้เห็นว่าซูรีก็ยังให้ความเคารพในหมู่ผู้เฒ่าของวาคานด้า แม้หลายครั้งที่ความเห็นของเหล่าผู้เฒ่าวาคานด้านั้นเก่า และไม่ได้นำพาลูกหลานไปในทิศทางที่ควรจะเป็น

ช่วงก่อนเริ่มสงคราม นาเคียบอกให้ซูรีเปิดใจกับเธอตามตรงว่าจริง ๆ แล้วเธอไปเจอกับใคร ตรงนี้แอบเห็น CG ลอยเหมือนกัน เป็นครั้งแรกในสายตาที่ Marvel CG ลอย

ในที่สุดฉากเปิดสงครามที่รอคอยก็มาถึง หลังจากฉากนี้ไปเป็นส่วนที่ระทึกจนแทบจะนั่งไม่ติด ทั้งลุ้นว่าทั้งสองเผ่าจะซัดกันให้ตายไปข้างหนึ่งหรือจะปรับความเข้าใจกันได้ เพราะด้วยความคลั่งแค้นและความแข็งแกร่งของทั้งซูรีและนามอร์ ทำให้คิดไม่ออกเลยว่าศึกนี้ ทั้งสองกษัตริย์จะสามารถเอาชนะกันลงได้อย่างไร ในส่วนนี้ขอชมว่าทำดีมาก ทั้งฉากสามารถส่งความรู้สึกหน้ามืดและบ้าคลั่งของทั้งเขาและเธอออกมาสู่ผู้ชมได้เป็นอย่างดี ชอบคาแรกเตอร์ของนามอร์ตรงที่เขาดูเอาจริงเอาจัง บ้าคลั่ง แต่ก็เจ็บปวด

ส่วนตัวขนลุกบทบาทกับซูรีเป็นพิเศษ เพราะหนังได้เค้นความบ้าคลั่งจากเจ้าหญิงตัวเล็ก ๆ ที่แม้จะปกป้องตัวเองได้ในศึกคราวก่อน แต่ก็ยังต้องมีทหารราชองครักษ์คอยดูแล สู่ Black Panther มหาราชินีผู้ยิ่งใหญ่ได้อย่างดุเดือดเลือดคลั่ง ในศึกนี้ซูรีได้พัฒนายานที่สามารถดูดความชื้นออกจากร่างกายได้ และเราจะได้พบว่าเผ่าทาโลคานใช้ไวเบรเนียมดิบในการสร้างอาวุธ นั่นหมายถึงการที่เขาสามารถระเบิดยานของวาคานด้าได้ในทุกห้วงวินาที

ถ้าจะให้เอาใจช่วยก็คงอยากเอาใจช่วยฝั่งกองทัพของวาคานด้าเสียมากกว่า เพราะนี่คือการไปรบกลางมหาสมุทร รบในถิ่นของศัตรู อีกทั้งของทัพของนามอร์ก็มีมหาศาล ซ้ำยังไม่รวมสัตว์ทะเลตัวใหญ่ยักษ์อย่างโลมาอีก (ให้ตายเถอะ น่ารักมากจริง ๆ แต่ถ้าจะให้เจอตัวจริงขอผ่าน) ฝีมือการต่อสู้ของทั้งสองชนเผ่าทำให้เราเห็นยุทธศาสตร์การรบที่น่าสนใจ ทั้งการรบบนบกของเผ่าวาคานด้า และการรบใต้น้ำของเผ่าทาโลคาน

ส่วนตัวรู้สึกชอบเป็นพิเศษกับการดีไซน์ท่าต่อสู้และฉากต่อสู้ที่สวยงาม ชอบการดึงสโลว์ตอนต่อสู้กันระหว่าง Black Panther และนามอร์ ในจุดนี้เราจะได้เห็นถึงความคลั่งของทั้งสองกษัตริย์นักรบ เราจะได้เห็นถึงซูรีที่ดูเกือบจะเพลี่ยงพล้ำให้กับนามอร์ แต่ก็ฮึดกลับมาได้ด้วยคำพูดที่แสนสะกิดใจของคิลมังเกอร์ แม้จะเธอจะเกลียดเขาสุดหัวใจ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาพูดถูก เป็นการฮึดที่ไม่มีแววตาของความยอมแพ้ให้เห็นเลยแม้แต่น้อย และแม้จะเสียท่าไปมาก แต่ก็เข้าใจได้ด้วยประสบการณ์ที่ต่างกัน นามอร์อยู่มานานไม่รู้กี่พันปี เจอศึกมานับไม่ถ้วน ส่วนซูรีก็น่าจะอายุไม่ต่างกับรีรีมากนักและเพิ่งจะเคยออกศึกเพียงครั้งเดียวคือตอนคิลมังเกอร์ขึ้นครองบัลลังก์ และก็เห็นได้ว่าซูรีก็สามารถเล่นงานนามอร์ได้จนเขาเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดเหมือนกัน

ในเวลาระหว่างความเป็นและความตาย ซูรีได้เห็นแม่ที่เธอแสนคิดถึง แม่บอกให้ซูรี ‘แสดงให้เขาเห็นถึงตัวตนที่แท้จริง’ ซูรีเหมือนจะมีสติกลับมานิดหนึ่ง และบอกให้นามอร์ยอมแพ้ เพราะชนเผ่าของนามอร์ยังต้องพึ่งเขา (ประโยคนี้คุ้น ๆ ไหม มาจากตอนที่กษัตริย์ทีชัลล่ากล่าวตอนประลองชิงบัลลังก์กับเอ็มบาคูนั่นเอง) สุดท้ายนามอร์จึงเป็นฝ่ายขอยอมแพ้ และเป็นการแพ้ที่สมศักดิ์ศรี จุดนี้สังเกตว่าถ้าไม่ถูกทำให้ขาดน้ำ จะเห็นได้ว่านามอร์แทบไม่บาดเจ็บเลยแม้จะโดนอัดไปเต็มคาราเบล ทั้งสองกษัตริย์กลับไปหากองทัพของพวกเขาที่กำลังห้ำหั่นกันอยู่ในตอนนี้เพื่อสงบศึก แน่ล่ะว่าศัตรูที่แท้จริงของพวกเขา ไม่ใช่ทั้งวาคานด้า ไม่ใช่ทั้งคาโลคาน แต่เป็นโลกบนบกที่จ้องจะชิงแร่ไวเบรเนียมไปจากพวกเขาต่างหาก

อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ไม่กล่าวถึงคงจะไม่ได้ ก็คือส่วนของนายพลรอสส์ ที่แฟนคอมมิคส์คงจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าเขาเคยแต่งงานกับวาเลนติน่า ฟอนเทียร์ หนึ่งในตัวร้ายจอมปั่นหัวของจักรวาลมาร์เวล นายพลรอสส์ติดกับเข้าอย่างจัง และโดนจับในฐานะ (เข้าใจว่า) เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ แต่ก็ได้รับการช่วยเหลือจากโอโคเยในท้ายที่สุด ส่วนนี้เข้าใจว่าเป็นการทิ้งเชื้อไว้ให้ไปลุ้นกันต่อในภาค 3 ส่วนตัวก็อยากดูนายพลรอสส์ให้เต็มอิ่มมากกว่านี้อยู่เหมือนกัน ภาคนี้รู้สึกว่าจะโผล่มาน้อยไปหน่อย แต่เป็นการโผล่น้อยที่เป็นตัวแปรสำคัญในการเดินเรื่อง เป็นอีกจุดที่ถือว่าพอเข้าใจได้

ในช่วงสุดท้าย ซูรีปฏิเสธไม่เข้าร่วมพิธีโบราณอย่างพิธีประลองชิงบัลลังก์ โดยซูรีมอบหมายให้เอ็มบาคูเป็นมาแจ้งข่าวแก่ทุกคนแทน ช็อตฟีลตรงที่ ทุกคนคาดหวังจะได้เห็นซูรีเดินลงยานมาอย่างสง่างาม แต่กลับให้เห็นหน้าโหด ๆ ของพี่เอ็มแทน เรียกเสียงฮาได้ทั้งโรง

ซูรีหนีมาพักใจเงียบ ๆ ที่บ้านพักของนาเคียที่เฮติ และเธอได้สัมผัสถึงพี่ชายของเธอเป็นครั้งแรก อ้อมกอดอันแสนอบอุ่นที่มากับสายลมอันแผ่วเบา ฉากนี้เป็นการ Flashback ถึงทีชัลล่า เรียกน้ำตาได้อีกเป็นลิตร

End Credit

รีวิว Black Panther: Wakanda Forever เมื่อความเจ็บปวดหล่อหลอมหัวใจผู้ยิ่งใหญ่ (มีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญ)
Lupita Nyong’O as Nakia in Marvel Studios’ Black Panther: Wakanda Forever. Photo courtesy of Marvel Studios. © 2022 MARVEL.

Black Panther Wakanda Forever มี End Credit 1 ตัว และจะเป็นการเปิดเผยถึงลูกชายที่ทีชัลล่ากับนาเคียตกลงจะเก็บไว้เป็นความลับเพื่อให้ลูกไม่ต้องข้องเกี่ยวกับภาระหน้าที่ในราชบัลลังก์ ตรงส่วนนี้เชื่อว่าหลายคนดูออกว่านี่คือบทที่ถูกดัดแปลงใหม่เพื่อให้เกิดการสานต่อบทบาทของกษัตริย์ทีชัลล่า ซึ่งต้องขอชมว่า หาเด็กมาเล่นได้คล้ายแชดวิคมาก โดยเฉพาะตอนยิ้ม และแอบคิดว่ามีลุ้นอยู่เหมือนกันเพราะในตอนจบ ซูรีได้ทำการปลูกสมุนไพรรูปหัวใจกลับไว้ดังเดิมแล้ว

สรุป

ถึงแม้จะเป็นภาพยนตร์ที่รู้สึกว่ามันไปสุดได้มากกว่านี้ แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ยังรู้สึกว่าคุ้มค่าแก่การไปดู เพื่อให้เข้าใจได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น อาจดู Black Panther, Captain America Ciwilwar ไปก่อนก็ได้

ตัวหนังมีการจบแบบทิ้งเชื้อไว้หลายเรื่อง ทั้งเรื่องรีรี วิลเลี่ยมส์ หรือ Iron Heart ว่าเธอจะเอาอย่างไรกับชีวิตต่อไป ชุดที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ก็เอากลับบ้านไม่ได้ ทั้งในแง่หลักฐาน และแง่ของเทคโนโลยี, เรื่องนายพลรอสส์ ที่อาจต้องมาอยู่วาคานด้าเป็นการถาวร เนื่องจากถูกประเทศตัวเองหมายหัวแล้ว, เรื่องวาเลนติน่า วายร้ายจอมปั่น ที่อาจก่อให้เกิดสงครามที่ไม่มีใครคาดเดาได้ (สามารถไปพบเธอระหว่างนี้ได้ใน The Folcon and The Winter Soldier และ Black Widow), เรื่องลูกชายของทีชัลล่า ที่เขาจะเติบโตอยู่ในความลับต่อไปหรือโชคชะตาจะนำพาให้เขามารับช่วงต่อเป็น Black Panther ในนามกษัตริย์ทีชัลล่า และนามอร์ ที่เขาจะเป็นพันธมิตรกับวาคานด้าจริง ๆ หรือคิดจะตลบหลังทีหลัง

หากจะกล่าวว่า Black Panther Wakanda Forever หรือ Black Panther 2 เป็นภาพยนตร์ที่แสดงความอาลัยได้อย่างสมเกียรติในขณะเดียวกันก็ประกาศศักดาถึงความยิ่งใหญ่ของมหานครวาคานด้าและการกลับมาของ Black Panther ได้อย่างสมศักดิ์ศรี ก็คงไม่ผิดนัก

ไปดูเถอะค่ะ อย่างไรก็คุ้มค่าสำหรับแฟน ๆ และไม่ขาดทุนอย่างแน่นอน

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก: Mervel

Leave a Reply