ผมจำความได้ว่าตอนเด็กจะเห็นป๊ากินอาหารจืดมาก รวมไปถึงอากงอาม่าที่แทบไม่ปรุงอะไรเลย โดยเน้นความหอมจากวัตถุดิบและกรรมวิธีการทำ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ง่ายนัก และไม่ใช่รสที่หาได้จากร้านทั่วไป เรียกได้ว่าผมไม่ได้เจอรสแบบนี้นานมาก จนกระทั่งได้ลองที่ร้าน Ho Kitchen Rama3 Est.2002 แล้วภาพในอดีตตอนยังเป็นเด็กมันย้อนกลับมา มันทำให้ผมเผลอยิ้มอย่างไม่รู้ตัวทันทีที่นึกถึงวันที่ผมยังเด็กและอากงอาม่ายังอยู่ครบ …นี่มันไม่ใช่แค่อาหาร แต่มันคือความทรงจำ
อาหารจีนที่กินแล้วรู้สึกดี
อย่างที่รู้กันว่าคนจีนเป็นชนชาติที่ให้ความสำคัญกับความเชื่อเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะของกินที่มีความหมายดี และต้องเป็นวัตถุดิบที่ผ่านการปรุงอย่างดีเพื่อให้ดีต่อสุขภาพด้วย โดยเซ็ตที่เรามารีวิวในครั้งนี้เหมาะสำหรับ 10 คน ราคา 8,000 บาท หรือหารตกคนละ 800 บาท เมื่อดูที่เมนูและปริมาณ สำหรับผมรู้สึกว่าไม่เสียดายเงินเลยครับ โดยเฉพาะการพาครอบครัวที่เรารักมานั่งโต๊ะพร้อมหน้ากัน ใช้เวลาความสุขร่วมกัน แค่นี้ก็คุ้มแล้ว
ก่อนที่จะเข้าเซ็ต 8,000 บาท อยากแนะนำโปรโมชั่นติ่มซำ 2 แถม 1 โดยเมนูที่เราได้ลองคือ ขนมจีบกุ้ง, ขนมจีบปู, ฮะเก๋า, ก๋วยเตี๋ยวหลอดกุ้งกรอบ, ฟองเต้าหู้กุ้งทอด, ซาลาเปาไส้หมูแดง
ซึ่งทุกเมนูให้เนื้อมาเน้นๆ กุ้งเป็นกุ้ง ขนมจีบก็เนื้อแน่นเด้งกินง่ายเต็มปากเต็มคำ ส่วนซาลาเปาไส้หมูแดงก็ให้ไส้มาเยอะ รสชาติเบาๆ ไม่จัด
ก๋วยเตี๋ยวหลอดและฟองเต้าหู้ทอด ก็มีความกรุบกรอบเล็กๆ พอให้มีมิติ แบบที่ไม่มีความชุ่มน้ำมันเลย แนะนำให้แตะกับน้ำจิ้มบางๆ จะทำให้ได้สัมผัสกับคุณภาพวัตถุดิบและกระบวนการปรุง โดยไม่โดนรสของน้ำจิ้มกลบ
รสชาติที่ได้จากซุปเยื่อไผ่ตุ๋นเห็ดหอมชามนี้ก็ทำให้ผมคิดถึงวัยเด็กเหมือนกัน มันคือรสที่มาจากการต้มส่วนผสมต่างๆ ทำให้รสชาติไม่จัด แต่ได้ความหวานหอมจากวัตถุดิบในชาม ทั้งเก๋ากี้, เยื่อไผ่, และเห็ดหอม และปริมาณที่ให้มาก็สามารถแบ่งได้ 10 คนแบบเป็นชิ้นเป็นอัน
ออเดิร์ฟสี่สหายเซ็ตนี้ประกอบด้วยปลาชุปแป้งทอด, กะเพาะปลาผัดแห้ง, หมูทอด, และแมงกะพรุนคลุกซอส แต่ที่ทำให้ผมค่อนข้างประหลาดใจคือแมงกะพรุนคลุกซอสที่เนื้อแผ่นใหญ่กว่าแมงกะพรุนที่ใช้ยำทั่วไป และยังมีความนุ่มกว่าด้วย ทำให้เป็นเมนูที่คีบได้เพลินมาก เช่นกันกับเมนูอื่นในจานนี้ที่ผ่านกระบวนการปรุงมาแบบพอดิบพอดี ความนุ่ม ความกรอบ กำลังดี
ในวันที่ป๊าทำผัดผักให้ผมกิน ป๊าจะบอกตลอดว่าผัดแบบจีนไม่ต้องปรุงเยอะ และผักต้องกรอบ ซึ่งเมนูหน่อไม้ทะเลเจี๋ยนน้ำมันหอยจานนี้มันใช่เลย ตัวน้ำมันหอยเป็นตัวขับเคลื่อนรสชาติให้กับเนื้อสัมผัสทั้ง 3 แบบ เห็ดหอมจะมีความชุ่มอมซอส ผักใบเขียวจะให้ก้านที่กรอบนิดๆ ใบก็ชุ่มๆ ส่วนหน่อไม้ทะเลก็จะมีความหนึบหนับ
เมนูที่ห้ามพลาดอีกอย่างคือกุ้งมังกรบอสตันอบยอดซุปบะหมี่ ส่วนต่างๆ ของกุ้งที่จัดเรียงบนจานสามารถแกะเอาเนื้อได้แทบทุกชิ้น และที่น่าประทับใจคือเส้นบะหมี่หอมมาก เป็นความหอมที่มาจากตัวซุปนวลๆ และที่สำคัญคือเส้นไม่เละแม้ว่าจะเสิร์ฟพร้อมซุปขลุกขลิกแบบนี้ …เป็นอีกเมนูที่ผมอยากกลับไปกินอีกมากๆ มันไม่ใช่รสชาติที่หาได้จากร้านบะหมี่ทั่วไป
กุ้งทอดครีมสลัดเป็นเมนูที่รสชาติจัดกว่าจานอื่นๆ เสิร์ฟคู่กับกล้วยชุบแป้งทอด ตัวแป้งมีความคล้ายกับหมั่นโถวทอด ที่จะกรอบนอกนุ่มในและมีไส้เป็นกล้วยที่หอมฟุ้งขึ้นจมูก กินคู่กับกุ้งตัวใหญ่ เนื้อๆ เน้นๆ ที่คลุกกับครีมสลัดหวานนำ มันลงตัวกันอย่างไม่น่าเชื่อ
โต๊ะจีนระดับนี้ก็ต้องมีเป็ดปักกิ่ง ซึ่งผมก็ไม่รู้จะบรรยายอะไรดีกับเมนูนี้ เพราะมันลงตัวไร้ที่ติ เป็ดมีความนุ่มและกรอบกำลังดี ไม่กระด้าง แป้งก็มีความนุ่ม ตัดรสและเพิ่มความสดชื่นด้วยผัก ราดด้วยซอสหวาน แล้วห่อแป้งจบในคำเดียว กินได้เรื่อยๆ ครับ
ปลากระพงนึ่งซีอิ๊ว เป็นอีกเมนูที่เราประทับใจกันทุกคน มันไม่ใช่แค่ดี แต่มันอยู่ในระดับดีมาก ปลาตัวใหญ่ เนื้อหนานุ่ม กับซีอิ๊วรสชาติบางๆ ที่มีกลิ่นจากผักต่างๆ ที่ช่วยขับรสให้หลากหลายมากขึ้น …ดีมากจริงๆ แบบอยากจะสั่งเพิ่ม แต่ก็กลัวกินไม่หมด
แน่นอนว่าเป็นโต๊ะจีนก็ต้องมีข้าวผัด แต่ข้าวผัดโฮคิดเช่นไม่ใช่แค่กินเพื่อให้อิ่มเหมือนโต๊ะจีนทั่วไป แต่มันอยู่ในระดับอร่อย มีความหอมกระทะหน่อยๆ และมีความคลุกเคล้าเข้ากันกับผักและเนื้อที่หั่นเป็นชิ้นเล็กพอดีคำ แต่ละคำจะพบกับกุ้ง, หมู, กุนเชียง, ไข่เค็ม, ไข่, คะน้า, ต้นหอม, แครอท เป็นเมนูที่กินได้ไม่เบื่อ
นอกจากนี้ยังมีเมนูเป็ดที่เอาหนังไปทำเป็ดปักกิ่ง และเอาเนื้อมาทำเป็ดพริกไทยดำ และเป็ดพริกกระเทียม ซึ่งเมนูเป็ดพริกไทยดำจะเป็นเนื้อชิ้นที่มีความนุ่ม ส่วนเปิดพริกกระเทียมจะเป็นสไตล์แห้งๆ ซึ่งกินกับข้าวผัดก็ได้อีกอารมณ์ครับ
ปิดท้ายด้วยของหวาน วอแป้งไส้กล้วยหอม ตัวแป้งมีความกรอบ กัดลงไปจะพบกับความหอมของกล้วยและความหวาน เป็นเมนูปิดท้ายที่ดีสำหรับผู้ใหญ่ที่จะหยิบคนละชิ้นสองชิ้น และปล่อยให้เด็กๆ เหมาที่เหลือ
บรรยายกาศริมน้ำในห้องแอร์
การเดินทางมายังร้านสร้างความแปลกใจให้ผมอยู่ไม่น้อย จนคิดว่าเรามาผิดทางหรือเปล่า! เพราะแทบทั้งซอยเต็มไปด้วยร้านอะไหล่ยนต์และเซียงกง
กระทั่งเข้ามาสุดซอยก็พบกับร้าน Ho Kitchen และเมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ห้องอาหารก็เหมือนเป็นอีกโลกเลย ร้านกว้างใหญ่ ระยะห่างระหว่างโต๊ะเยอะมากเมื่อเทียบกับร้านอาหารยุคนี้ และยังอยู่ริมน้ำแต่ก็นั่งสบายเพราะอยู่ในห้องแอร์ เหมาะมากกับการพาครอบครัวและผู้สูงวัยมาอิ่มเอมกันพร้อมหน้า
ความเห็นเพิ่มเติม
อันที่จริงแล้วอาหารมันก็เป็นเรื่องของวัฒนธรรมและความชอบ ที่แต่ละคนอาจชอบต่างกัน ซึ่งตระกูลผมเป็นคนกลุ่มคนจีนที่นั่งเรือมาไทย และนิยมอาหารที่ปรุงน้อยๆ โดยให้รสชาติมาจากตัววัตถุดิบ ส่วนหนึ่งคือความเชื่อว่าการทำแบบนี้จะดีต่อสุขภาพด้วย โดยรวมเมนูร้านนี้จะปรุงมาไม่จัด แต่จะเน้นความหอมจากวัตถุดิบและกรรมวิธีการทำ ซึ่งความหอมจะอยู่ในระดับละมุนไม่ถึงกับเตะจมูกมาแต่ไกล
ผมเชื่อว่าถ้าบ้านไหนที่ป๊าม๊าอากงอาม่ายังมีชีวิตอยู่และพามาร้านนี้ พวกท่านต้องรู้สึกอิ่มเอมอย่างแน่นอน เพราะคนจีนยุคก่อนชอบการได้กินข้าวพร้อมหน้ากับครอบครัว และได้กินอาหารที่คุณภาพดี รวมถึงความหมายดี มันคือมงคลชีวิตที่เติมเต็มแรงใจ ถ้าเทียบกับราคาต่อหัวคนละ 800 บาทแล้ว แลกกับการที่ครอบครัวได้มีความสุขร่วมกัน มันเป็นอะไรที่คุ้มค่ามากครับ